โรคไฟทอปธอราในทุเรียน [Credit: Vanidakaset.com]

หมวดหมู่: บทความ

โรคไฟทอปธอราในทุเรียน

          โรคที่สำคัญและเป็นปัญหามากที่สุดกับเกษตรกรชาวสวนทุเรียนในภาคตะวันออกและภาคไต้ของประเทศไทย คือ โรคที่มีสาเหตุมาจากเชื้อจุลินทรีย์ที่เรียกว่า ไฟทอปธอรา (Phytophthora spp.) การเรียกชื่อโรค นั้น นักวิชาการและเกษตรกร มักเรียกตามอาการที่มองเห็น เช่น โรครากเน่า โรคโคนเน่า แต่ในความเป็นจริง เชื้อไฟทอปธอรา สามารถก่อให้เกิดอาการโรคได้ทุกส่วนของต้นพืช ตั้งแต่รากที่อยู่ใต้ดิน ลำต้นและใบ ไปจนถึงบนผลทุเรียน ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่เชื้อแพร่กระจายเข้าทำลายในต้นพืช  ดังนั้น เพื่อไม่เกิดความสับสนในสาเหตุของการเกิดโรคและครอบคลุมอาการต่างๆบนต้นพืช นักวิชาการบางส่วน จึงเลือกที่จะเรียกว่า โรคไฟทอปธอรา (Phytophthora diseases) และในบทความทางวิชาการนี้ ก็จะขอเรียกชื่อโรคว่า โรคไฟทอปธอราในทุเรียน แทนชื่อโรครากเน่า-โคนเน่าในทุเรียน ที่ใช้เรียกกันทั่วไปในประเทศไทย ทั้งนี้ ด้วยเหตุผลว่า วัตถุประสงค์ของบทความนี้ ต้องการสื่อสารข้อมูลทางวิชาการเกี่ยวกับ ชีวิตของเชื้อโรค อาการต่างๆบนต้นพืชและแนวทางในการป้องกันกำจัดโรค แด่เกษตรกรชาวสวนทุเรียนทั่วไป

 

อาการของโรคไฟทอปธอราในทุเรียน

          เชื้อไฟทอปธอรา โดยทั่วไปจะเข้าทำลายต้นทุเรียนทางรากหรือโคนต้นระดับดิน เชื้อจะเข้าสู่ระบบท่อน้ำของลำต้น เมื่อเชื้อโรคเจริญเติบโต ก็จะแพร่กระจายไปทั่วต้น (systemic infections) อาการของโรค ก็จะเห็นแผลเน่าบนเปลือกของลำต้น ที่เราเรียกกันว่า “โคนเน่า” แต่อาการที่พบโดยทั่วในสวนทุเรียน เรามักเห็นอาการแผลอยู่บนลำต้น มากกว่าที่โคนต้น แผลของโรค มีลักษณะเป็นแผลตกสะเก็ดสีน้ำตาลหรือน้ำตาลอมม่วง ซึ่งนักวิชาการเรียกว่า stem canker (ไม่มีคำแปลในภาษาไทย อาจจะเรียกว่า โรคแคงเคอร์บนลำต้น)  ตามด้วยอาการ ใบเหลือง เมื่อโรคแพร่กระจายไปสู่ยอด ก็จะเกิดอาการใบยอดหลุดร่วง เหลือแต่กิ่ง ในช่วงทุเรียนติดผล โรคก็อาจลุกลามไปที่ผล ทำให้เปลือกของผลทุเรียนมีอาการเน่า (fruit rot) ทุเรียนที่ถูกเชื้อไปทอปธอราเข้าทำลาย จะทรุดโทรมไปเรื่อยๆ ผลผลิตลดลง หรือผลทุเรียนไม่สมบรูณ์และยืนต้นตาย ในที่สุด โรคไฟทอปธอรา จึงเป็นโรคเรื้อรังในต้นทุเรียน เมื่อต้นทุเรียนทรุดโทรมจากโรคมากขึ้น เกษตรกรก็จะโค่นต้นเก่าทิ้ง แล้วปลูกทดแทนใหม่บนพื้นที่เดิม ต้นใหม่ก็จะเป็นโรคอีก โรคไฟทอบธอรา จึงไม่เคยหมดไปจากสวนทุเรียนเลย

  

 

                  ต้นทุเรียนที่เกษตรกรต้องโค่นทิ้ง เนื่องจากเป็นโรคไฟทอปธอรา นั้น เมื่อเข้าไปดูหน้าเนื้อไม้ที่โคนลำต้น ก็จะเห็นว่าเนื้อเยื่อชั้นในถัดจากเปลือกนอกของลำต้น ซึ่งเป็นส่วนที่เรียกว่า ท่อน้ำของต้นพืช (xylem) ถูกทำลาย เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลดำ นี่คือสาเหตุที่เราเรียกว่า อาการ “โรคโคนเน่า”

  

 

ชีวิตของเชื้อไฟทอปธอรา

          เชื้อไฟทอปธอรา เป็นจุลินทรีย์ขนาดเล็กจนมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า อาศัยอยู่ในดิน เชื้อไฟทอปธอรา อาจมีหลายชนิดที่เข้าทำลายทุเรียน แต่นักวิชาการรายงานว่า เชื้อไฟทอปธอรา ที่มีชื่อว่า Phytophthora palmivora (ไฟทอปธอรา ปาล์มมิโวลา) เป็นชนิดหลักในสวนทุเรียน จากงานวิจัยในรายละเอียดเกี่ยวกับชีวิตของเชื้อ ไฟทอป ธอรา ปาล์มมิโวลา นี้ เชื้อจะสามารถสร้างสปอร์พิเศษมีผนังหนา (chlamydospores)  ที่ทนสภาพแวดล้อมได้ดี มีชีวิตอยู่ในดินได้นานภายใต้สภาวะที่ไม่เหมาะกับการเจริญเติบโตของเชื้อไฟทอปธอรา เช่น อากาศแห้งแล้ง ดินขาดน้ำ เมื่อดินได้น้ำในหน้าฝน เชื้อก็จะเจริญเติบได้ต่อไป ดังนั้น เราอาจจะพบว่า ในช่วงหน้าแล้ง โรคจะไม่ระบาด ดูเหมือนว่า ไม่มีโรคไฟทอปธอราบนต้นทุเรียน แต่เมื่อเข้าหน้าฝน โรคจะระบาดรุนแรงมากขึ้น จากงานวิจัยวิทยานิพนธ์ ปริญญาโท มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พบว่า เชื้อไฟทอปธอรา ที่เก็บจากแหล่งต่างๆในเขตปลูกทุเรียนภาคตะวันออกและภาคใต้ มีลักษณะรูปร่างและพันธุกรรมที่แตกต่างกันในบางส่วน ชี้ให้เห็นว่าเชื้อไฟทอปธอรา อาจมีหลายสายพันธุ์ แต่ละสายพันธุ์อาจมีความรุนแรงของการเกิดโรคแตกต่างกันและสามารถต้านทานสารเคมีกำจัดโรคพืช หรือที่เราเรียกว่า “ดื้อยา”    

 

  

 

การแพร่กระจายของโรคไฟทอปธอราในทุเรียน

          เนื่องจากเชื้อไฟทอปธอรา เป็นเชื้อโรคที่อาศัยอยู่ในดิน การเข้าทำลายต้นทุเรียนในเบื้องต้น จึงเข้าทางรากของต้นทุเรียน เมื่อเชื้อเข้าสู่ต้นทุเรียนได้แล้ว ก็จะขยายพันธุ์เข้าสู่ระบบท่อน้ำในลำต้น ทำให้เชื้อไฟทอปธอรา แพร่กระจายไปทั้งต้น เริ่มจากราก ทำให้เกิดอาการ “รากเน่า” เมื่อเชื้อโรคขึ้นสู่ลำต้น ทำให้เกิดอาการ “ลำต้นเน่า” แล้วลุกลามไปสู่ยอด ทำให้เกิดอาการ “ยอดเหี่ยว” และ “ใบร่วง” ดังนั้น โรคไฟทอปธอราในทุเรียน จึงเป็นโรคที่เป็นทั้งระบบต้น ดังได้กล่าวมาข้างต้น ส่วนการแพร่กระจายของโรค จากต้นหนึ่ง ไปสู่ต้นอื่นๆ นั้น น้ำจะเป็นปัจจัยหลักในการแพร่กระจาย เพราะเชื้อไฟทอปธอรา เป็นจุลินทรีย์ ที่ชอบอยู่ในทีชื้นหรือมีน้ำในดิน เชื้อไฟทอปธอรา จะสร้างสปอร์พิเศษ (zoospores) ที่มีอวัยวะคล้ายแส้ ช่วยทำให้เคลื่อนย้ายในน้ำได้ 

 

 

การป้องกันกำจัดโรค ด้วยวิธีเกษตรกร

          ด้วยเหตุที่โรคไฟทอปธอราในทุเรียน เป็นโรคที่ป้องกันกำจัดยากที่สุด เมื่อเปรียบกับโรคอื่นๆ เกษตรกร จึงต้องใช้หลายวิธีการร่วมกัน คือ พ่นสารเคมีทางใบ ฉีดสารเคมีเข้าลำต้น และ ถากเปลือกลำต้นบริเวณแผลเน่า แล้วทาด้วยสารเคมี แม้กระนั้น ก็เป็นเพียงการรักษาโรคได้เพียงชั่วคราว หรือเป็นการยืดเวลาให้ต้นทุเรียนที่เป็นโรคทรุดโทรมช้าลง เท่านั้น 

 

 

การจัดการควบคุมโรค ด้วยวิธีราดสารเคมี

          เนื่องจากเชื้อไฟทอปธอรา เป็นจุลินทรีย์ที่อาศัยอยู่ในดินทั่วไป จุดเริ่มต้นของการเกิดโรค คือ เชื้อไฟทอปธอรา เข้าทำลายทางรากของต้นทุเรียน แล้วแพร่กระจายเข้าทั้งต้น  ฝ่ายวิชาการของศูนย์วนิดาเกษตร จึงมีแนวความคิดที่จะนำสารเคมีกำจัดโรคพืช มาใช้ทางดินที่เป็นจุดกำเนิดของเชื้อโรค และเลือกสารเคมีที่มีคุณสมบัติแบบดูดซึม (systemic fungicides) ซึ่งสารเคมีสามารถซึมผ่านระบบรากของต้นพืช และเข้าสู่ลำต้นทางท่อน้ำของต้นพืช ก็จะเป็นการทั้งป้องกันเชื้อโรคที่อยู่ในบริเวณรากและสามารถกำจัดเชื้อโรคที่เข้าทำลายส่วนต่างๆของต้นพืชได้ พร้อมๆกัน ขั้นตอนและวิธีการ ราดดิน ก็ง่าย เกษตรกรสามารถปฏิบัติได้ โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์พิเศษใดๆ

 

 

สารโพรพาโมคาร์บ ไฮโดรคลอไรด์ (propamocarb hydrochloride)

                  สารโพรพาโมคาร์บ เป็นสารเคมีป้องกำจัดโรคพืช ออกฤทธิ์ประเภท ดูดซึม (systemic fungicides) มีประสิทธิภาพดีในการกำจัดเชื้อไฟทอปธอรา และสามารถแก้ปัญหาเรื่องการ ดื้อยา กับเชื้อโรคกลุ่มไฟทอปธอรา ได้ ฝ่ายวิชาการศูนย์วนิดาเกษตร จึงได้นำมาทำการทดสอบในสวนทุเรียน ที่จังหวัดจันทบุรี โดยใช้สาร อัตรา 40 ซีซี ต่อ ทรงพุ่ม 1 ตร.ม. แต่เพื่อความสะดวกในการใช้สำหรับเกษตรกร จึงได้ทำการประเมินทรงพุ่มของต้นทุเรียน ตามอายุต่างๆ และเปรียบเทียบอัตราสารต่อต้นให้แนวปฏิบัติ

 

  

 

 

                     จากการทดสอบ พบว่า สารโพรพาโมคาร์บ เมื่อใช้ราดดิน สามารถควบคุมโรคไฟทอปธอรา ที่เป็นในต้นทุเรียนระยะเริ่มต้น คือ ใบทุเรียนเริ่มแสดงอาการใบเหลือง (ไม่เกิน 10% ของต้น) ได้ดี ยอดใหม่ ใบใหม่ที่แตกออกมา ดูสดใส และแตกต่างจากต้นทุเรียนที่ไม่ทำการราดสารโพรพาโมคาร์บ อย่างชัดเจน  

 

 

ข้อคิดเห็นท้ายเรื่อง

การทดสอบการป้องกันกำจัดหรือควบคุมปัญหาโรคไฟทอบธอราในทุเรียน โดยวิธีราดดิน ด้วยสารโพรพาโมคาร์บ คาริสมา นี้ ทางศูนย์วนิดาเกษตรศัตรู ได้ดำเนินงาน ระหว่างปี 2557-2558 แต่ไม่ได้นำผลออกเผยแพร่มากนัก เกษตรกรชาวสวนทุเรียนทั่วไป จึงอาจยังไม่ได้รับข้อมูลนี้

 

  

 

ผลจากการทดสอบ ชี้ให้เห็นว่า การราดดิน ด้วยสารโพรพาโมคาร์บ (คาริสมา) สามารถควบคุมโรคไฟทอปธอรา ได้นานประมาณ 6 เดือน ดังนั้น เกษตรกร อาจทำการราดดิน 2 ครั้ง ต่อ 1 รอบปี

 

 

เรียบเรียงโดย  สุจินต์ จันทรสอาด ที่ปรึกษาศูนย์แนะนำแก้ปัญหาการปลูกพืช VANIDA KASET (www.vanidakaset.com)

 

เอกสารที่ใช้อ้างอิงข้อมูล

  • การจัดการโรคโคนเน่าและผลเน่าของทุเรียน (Durio zibethinus Murr.) ที่เกิดจากเชื้อรา Phytophthora palmivora (Butl.) Butl..ปัญจมา กวางติ๊ด วิทยานิพนธ์ วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (เกษตรศาสตร์) 2546
  • Diversity and Management of Phytophthora in Southeast Asia, Drenth and D.Guest, Australian Centre for International Agricultural Research Canberra 2004
  • Phytophthora palmivora, Species profile prepared by Timothy L. Widmer Forest Phytophthoras, 2014
  • Biology of Chlamydospores, Sporangia, and Zoospores of Phytophthora cinnamomi in Soil, S. C. Hwang and W. H. Ko Ecology and Epidemiology, 1978
  • Phytophthora ramorum Colonizes Tanoak Xylem and Is Associated with Reduced Stem Water Transport, J. L. Parke, et. Al., Ecology and Epidemiology, Vol. 97, No. 12, 2007
  • Effects of Propamocarb Hydrochloride on Mycelial Growth, Sporulation, and Infection by Phytophthora nicotianae Isolates from Virginia Nurseries, J. Hu and C.Hong, Plant Disease / Vol. 91 No. 4, 2007
  • Environmental Information Sheet, PREVICUR® ENERGY MAPP 15367, Bayer CropScience Limited 2012

****************************************

18 กันยายน 2561

ผู้ชม 4035 ครั้ง

Engine by shopup.com